หินปูนในตาเกิดจากอะไร?

แชร์เรื่องนี้

หินปูนในตาเกิดจากอะไร? ทำความเข้าใจสาเหตุสำคัญของภาวะ Conjunctival Concretions “หินปูนในตา” หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Conjunctival Concretions คือจุดหรือก้อนเล็กสีขาวหรือเหลืองอ่อนที่เกิดขึ้นบริเวณเยื่อบุตา โดยเฉพาะด้านในเปลือกตาล่าง แม้จะเป็นภาวะที่ไม่อันตรายร้ายแรง แต่สร้างความระคายเคืองและทำให้รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตาได้ การทำความเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้ป้องกันและดูแลได้อย่างถูกต้อง

สาเหตุหลักของการเกิด หินปูนในตา

1. การสะสมของเซลล์ผิวและโปรตีนในเยื่อบุตา

เมื่อเยื่อบุตาเกิดการเสื่อมตามอายุหรือมีการอักเสบเรื้อรัง เซลล์ที่ตายแล้วและโปรตีนต่าง ๆ อาจสะสมอยู่ใต้ผิวชั้นเยื่อบุตาและจับตัวเป็นก้อนเล็ก ๆ คล้ายหินปูน

2. การอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุตา

ผู้ที่มีประวัติเป็นเยื่อบุตาอักเสบเรื้อรัง (Chronic Conjunctivitis) มีโอกาสเกิดหินปูนในตาได้มากกว่า เนื่องจากการอักเสบทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อและการสะสมของสารคัดหลั่ง

3. ภาวะตาแห้งหรือการระคายเคืองเป็นเวลานาน

ตาแห้งหรือการใช้สายตาหน้าจอเป็นเวลานานอาจทำให้เยื่อบุตาระคายเคืองเรื้อรัง ส่งผลให้เกิดการสะสมของเซลล์และกลายเป็นหินปูนได้ในระยะยาว

4. ปัจจัยด้านอายุ

พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เนื่องจากเนื้อเยื่อเยื่อบุตามีการเสื่อมตามธรรมชาติ ทำให้เกิดการสะสมของสารต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

5. ภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อหรือการผ่าตัดตา

ในบางราย การติดเชื้อในดวงตาหรือการผ่าตัดอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุตา ซึ่งนำไปสู่การเกิดหินปูนในชั้นใต้เยื่อบุตา

หินปูนในตาเป็นอันตรายหรือไม่?

โดยทั่วไปแล้ว หินปูนในตาไม่เป็นอันตรายต่อสายตา แต่ถ้าก้อนมีขนาดใหญ่หรือผิวคม อาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง น้ำตาไหล เจ็บตา หรือเกิดแผลถลอกที่กระจกตาได้ การพบแพทย์จักษุจะช่วยประเมินและกำจัดก้อนออกได้อย่างปลอดภัย

วิธีรักษาหินปูนในตา (Conjunctival Concretions)

หินปูนในตาแม้จะไม่ใช่ภาวะอันตรายร้ายแรง แต่สามารถสร้างความระคายเคืองและทำให้คุณภาพชีวิตลดลงได้ โดยเฉพาะในกรณีที่มีก้อนขนาดใหญ่หรือมีรูปทรงคม การรักษาที่ถูกต้องและปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ บทความนี้สรุปวิธีรักษาที่พบได้บ่อยและวิธีดูแลตนเองอย่างถูกต้อง


1. การกำจัดก้อนหินปูนโดยจักษุแพทย์

นี่เป็นวิธีรักษาที่ได้ผลที่สุดและใช้เวลาสั้นมาก

  • แพทย์จะใช้ยาชาหยอดตาเพื่อลดความเจ็บ
  • จากนั้นใช้เครื่องมือเฉพาะทางเปิดเยื่อบุตาบริเวณก้อนและดึงหินปูนออก
  • ขั้นตอนใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
  • หลังทำอาจมีการให้ยาฆ่าเชื้อหรือยาหยอดตาลดการอักเสบ

เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการระคายเคือง ปวดตา หรือก้อนมีขนาดใหญ่จนรบกวนการใช้ชีวิต


2. การรักษาภาวะแทรกซ้อนหรืออาการร่วม

ในบางรายอาจต้องรักษาต้นเหตุหรืออาการที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • เยื่อบุตาอักเสบเรื้อรัง: ใช้ยาหยอดตาฆ่าเชื้อหรือยาลดการอักเสบตามดุลยพินิจแพทย์
  • ตาแห้ง: ใช้น้ำตาเทียมเพื่อลดการเสียดสีและการระคายเคือง
  • แผลถลอกที่กระจกตา: แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะหยอดตาและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

3. หลีกเลี่ยงการแกะหรือขยี้ตา

การพยายามเอาก้อนออกเองอาจทำให้เกิดการติดเชื้อหรือทำให้เยื่อบุตาถลอก ควรปล่อยให้แพทย์เป็นผู้ดูแลเท่านั้น


4. การดูแลตนเองหลังการรักษา

หลังจากแพทย์กำจัดก้อนออกแล้ว ผู้ป่วยควรปฏิบัติดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการขยี้ตา 24–48 ชั่วโมง
  • ใช้ยาหยอดตาตามที่แพทย์สั่งอย่างครบถ้วน
  • หากมีอาการปวดตา ตาแดงมากผิดปกติ หรือน้ำตาไหลไม่หยุด ให้กลับไปพบแพทย์ทันที

5. การป้องกันการกลับมาเกิดซ้ำ

แม้หินปูนในตาจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อ แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลสุขภาพตา

  • รักษาอาการตาแห้ง
  • จำกัดการใช้สายตาหน้าจอและพักสายตาเป็นระยะ
  • รักษาอาการเยื่อบุตาอักเสบให้หายสนิท
  • ทำความสะอาดเปลือกตาอย่างอ่อนโยนเป็นประจำ

สรุป การเกิด หินปูนในตา

หินปูนในตาเกิดจากการสะสมของเซลล์และโปรตีนในเยื่อบุตา โดยมีปัจจัยเสริมจากการอักเสบเรื้อรัง ภาวะตาแห้ง อายุที่มากขึ้น หรือผลจากการติดเชื้อ แม้ไม่ร้ายแรง แต่ควรตรวจและรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญหากเกิดอาการระคายเคืองหรือมองเห็นผิดปกติ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *